วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

Nestle pure life



Nestlé Pure Life


เนสท์เล่ในประเทศไทย ได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2436 จากนั้นธุรกิจประสบความสำเร็จด้วยดีโดยการนำผลิตภัณฑ์หลายชนิดเข้ามาจากต่างประเทศ และในปี พ.ศ. 2490 ได้มีการจัดตั้งบริษัท “โปรเนสยาม อินค์” จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ เนสท์เล่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 ผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและมีความต้องการ ผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ในเมืองไทยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับภาวะการลงทุนที่เอื้ออำนวย เนสท์เล่จึงได้ สร้างโรงงานผลิตขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นก้าวแรกของการสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย

บทบาทของเนสท์เล่ในประเทศไทยมิได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มคุณภาพสูงหลากหลายชนิดเท่านั้น แต่ยังมีความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ความช่วยเหลือ ภาคเกษตรในโครงการพัฒนาพืชผลสำหรับเกษตรกรในท้องถิ่น และมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบการพึ่งพาตนเองโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในปี 2007 น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ เปิตตัวโฆษณาชุดใหม่ ด้วยเรื่องราวของหนุ่มสาว 3 คู่ 3 สไตล์เพื่อปลุกกระแส “หยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน” ผ่านทางแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ 
  การทำตลาดของ "เนสท์เล่ เพียวไลฟ์" ที่ใช้สโลแกน "ให้ชีวิตสดใส ให้เนสท์เล่ เพียวไลฟ์" จึงต้องปรับรูปแบบมาเป็นการเดินเกมในเชิงรุกมากขึ้น เป็นวิธีการสอดแทรกประโยชน์ของการดื่มน้ำเยอะๆไปกับความห่วงใยที่อยากให้คนๆนั้น โดยนับตั้งแต่ต้นปีมีการทำตลาดที่เน้นการสร้างแบรนด์ ภายใต้กลยุทธ์ Emotional Marketing เพื่อขยายกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านโฆษณา 3 เรื่องคือ  "Chat" สื่อสารถึงกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ "Basketball" เน้นลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น และ "Traffic" กลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ใช้รถใช้ถนน 



 นอกจากนั้น ยังเป็นการใช้ Emotional Value เข้ามาให้เกิดการสื่อสารแบรนด์สู่ผู้บริโภค (Brand Connection) และภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดียังเป็นปัจจัยให้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ผ่านจุดเด่นของภาพยนตร์โฆษณาที่เน้นการนำเสนอให้น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ไปพร้อมกับโน้ตที่มีข้อความแสดงความรู้สึกดีๆ ซึ่งเป็นวิธีการสอดแทรกประโยชน์ของการดื่มน้ำ ไปกับความห่วงใยที่อยากให้คนๆ นั้นได้รับ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภครับรู้ไปพร้อมกับอารมณ์ที่สดใสและรอยยิ้มที่สดชื่น 








การบริการ




เนสท์เล่ ได้เพิ่มความสะดวกมากขึ้นให้กับผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเวลาไปซื้อน้ำดื่ม ทางบริษัทมีบริการจัดส่งถึงบ้านรวมถึงสำนักงานในเขตกรุงเทพฯ เงื่อนไขคือโดยต้องทำการลงทะเบียนสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ และหากลงทะเบียนในช่วงเวลาที่กำหนดจะสามารถเลือกรับโปรโมชั่นได้ตามที่บริษัทกำหนดอีกด้วย








หน้าเว็บไซต์


เว็บไซต์ น้ำดื่มเนสท์เล่ มีการบอกประวัติความเป็นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตราสินค้า ทั้งนี้ยังรวมลักษณะของสินค้าต่างๆให้ลูกค้าสามารถเลือกชมและอัพเดทความเคลื่อนไหว โดยหน้าเว็บไซต์มีช่องทางการติดต่อ ข่าวประชาสัมพันธ์ สินค้า โปรโมชั่นและอัพเดตกิจกรรมต่างๆของเนสท์เล่อีกด้วย





โซเชียลมีเดีย

facebook

Facebook โดยทาง Nestlé Pure Life Thailand มีการเลือกใช้สื่อของ Facebook เพื่อให้เข้าถึงกับกลุ่มลูกค้าด้วยความรวดเร็วและยังมีการลงสื่อต่างๆอีกด้วย



youtube

Youtube ผ่านทางช่อง Nestlé Pure Life Thailand โดยมีการอัพโหลดวิดีโอแคมเปญร่วมสนุก และกิจกรรมให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของการชดเชยน้ำให้ร่างกาย และรณรงค์การคัดแยกชิ้นส่วนขวดน้ำพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิล 




แคมเปญ


 แคมเปญล่าสุด น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ พาเที่ยว ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ พร้อมรางวัลอื่นๆ รวม 6 ล้านบาท น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ขนาด 0.33 ลิตร ออกแบบฉลากใหม่ให้ลูกค้าสะสมฉลากใหม่ให้ครบ 40 ชิ้น เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์

  •  

น้ำดื่มเนสท์เล่พยายามทำให้ผู้บริโภคนั้นนึกถึงแบรนด์สินค้าของเขาอยู่ในใจเป็นอันดับแรกของการซื้อและบริโภคน้ำดื่ม จึงเลือกที่จะมุ่งเน้นให้น้ำดื่มเนสท์เล่ให้อยู่ในทุกกิจกรรมของผู้บริโภค และพยายามตอกย้ำความีคุณภาพของน้ำดื่มเนสท์เล่ ที่เหมาะกับทุกกลุ่มเป้าหมาย จึงได้เลือกที่จะทำแคมเปญต่างๆให้ออกมาตอบสนองวิถีชีวิตของผู้บริโภคทุกๆคน




แคมเปญนี้ออกมาในช่วงเทศกาลวันแม่ น้ำดื่มเนสท์เล่จึงทำวิดิโอนี้ออกมาเพื่อทำให้ความรู้สึกที่มีต่อแม่ ว่าแม่เป็นผู้ส่งต่อสิ่งดีๆให้กับเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก สุขภาพร่างกายรวมถึงจิตใจ 
เนื่องจากน้ำดื่มเนสท์เล่ได้อยู่คู่กับสังคมมานาน ดังนั้นในการสื่อสารของวิดิโอพยายามทำให้เห็นถึงช่วงระยะเวลาตั้งแต่ แม่ส่งต่อสิ่งดีๆให้กับเราและเราก็ส่งต่อสิ่งที่ดีๆให้กับลูกหรือคนที่เรารักต่อไป









วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

LEE Jeans





LEE Jeans

Lee – แบรนด์เดนิมแห่งตำนานตั้งแต่ปี 1889 Lee คิอตัวแทนของคุณภาพ นวัตกรรม และความทนทาน
นับจากที่เฮนรี่ เดวิด ลี (Henry David Lee) ก่อตั้ง 'H.D. Lee Mercantile Company' ขึ้นในแคนซัส สหรัฐอเมริกา Lee กลายมาเป็นแบรนด์เดนิมแห่งตำนานที่สร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ด้วยการออกแบบนวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง อาทิ กางเกงยีนส์รุ่น 101Z zip flyตัวแรกของโลกในปี 1926, ป้ายแบรนด์
ทำจากหนัง 'Hair-on-hide' และงานเย็บตะเข็บกระเป๋าหลัง แบบ 'Lazy S'นับจากการเปิดตัวครั้งแรกของ Lee bib และพัฒนาไปจนถึง คาวบอยยีนส์ รุ่น "101" 13 oz. นั้นนับเป็นเวลากว่า 120ปี ที่ Lee ได้พิสูจน์และแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้ Lee สามารถผันตัวเอง จากผู้ผลิตชุดทำงานที่ทนทาน สวมใส่ง่าย ไปสู่แถวหน้าของแบรนด์ผู้นำแฟชั่นร่วมสมัยในที่สุด โดยLee Jeans มีการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการดังนี้





หน้าเว็บไซต์
เว็ปไซด์ Lee มีการบอกประวัติความเป็นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตราสินค้า ทั้งนี้ยังรวมลักษณะของสินค้าต่างๆให้ลูกค้าสามารถเลือกชมและอัพเดทความเคลื่อนไหว โดยหน้าเว็ปไซด์มีการจัดระเบียบแยกเป็นหมวดหมู่หญิง-ชาย และประเภทของยีนส์เพื่อความสะดวกสบายในการค้นหาสินค้าที่ลูกค้าสนใจ นอกจากนี้ยังมีการบอก Store Location ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อง่ายต่อการสั่งซื้ออีกด้วย



โซเชียลมีเดีย

Twitter


Facebook


YouTube



Instargram



การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของLeeมุ่งเน้นไปที่กลุ่มหนุ่มสาวที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยเห็นได้จากการใช้ภาพที่เป็นเหล่าหนุ่มสาวที่มีกิจกรรมหลายอย่าง ซึ่งสอดคล้องกับLeeที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆกิจกรรม



YoonA  event

Yoona girl generation เปรียบเสมือนผู้นำเทรนด์แฟชั่น เนื่องจากวงgirl generation ต้องเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ต และทำงานต่างประเทศอยู่บ่อยๆ การแต่งตัวของยุนอา จึงเป็นที่จับตามองของสาวๆทั่วโลกที่สนใจในด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ของยุนอาจะเป็นคนที่แต่งตัวเรียบง่าย ทะมัดทะแมง เธอจึงเลือกที่จะใส่ยีนส์ Lee ตามสโลแกน " move your lee " จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของยุนอาเป็นอย่างมาก



คลิปโฆษณา







จาก วีดีโอ Lee Jeans — Move Your Lee TV Commercial ทั้งชายและหญิงที่เผยแพร่ผ่านทาง ยูทูป เมื่อมาไม่นานมานี้ (6กันยายน2559) คลิปวีดีโอทั้งสอง พยายามสื่อมาในรูปแบบที่คล้ายๆกัน เพียงแต่ว่าแบ่งเพศสภาพให้ดูออกชัดเจนถึงผู้ใช้ยีนส์Lee แต่ยังคงดำรงไว้ซึ่งเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน คือแสดงถึงการสวมใส่ยีนส์ยี่ห้อLee ที่เข้ากับทุกสถานการณ์ ทั้ง การทำงานในแหล่งต่างๆ ยกตัวอย่างโดยที่ฝ่ายชายทำงานในออฟฟิศ และฝ่ายหญิงทำงานเป็นแพทย์,การเดินทางในหลากหลายรูปแบบ ตลอดถึงการปาร์ตี้เฉลิมฉลองในงานต่างๆ และท้ายคลิปยังมีการแสดงถึงกิจกรรมต่างๆอีกมากมายที่มีการใส่ยีนส์Leeในการทำกิจกรรม



Shop Lee



Shop lee เป็นศูนย์รวมกางเกงยีนส์ เสื้อยีนส์ที่มีความทันสมัยผลิตจากผ้าคุณภาพเยี่ยม เผยสไตล์ที่เป็นตัวคุณอย่างแท้จริง กางเกงยีนส์เหมาะสำหรับการแต่งตัวที่เรียบง่ายสบาย การตกแต่งร้านจึงมีความเรียบง่ายใช้เพียงแค่สีขาวและสีดำในการตกแต่งแต่แฝงความร่วมสมัยและมีสไตล์เป็นของตัวเอง



พรีเซนเตอร์




Lee เลือกใช้พรีเซนเตอร์ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน เพราะเป็นวัยที่สามารถทำกิจกรมมร่วมกับผู้อื่นได้ในหลากหลายกิจกรรม รวมถึงการผจญภัยต่างๆ
เพื่อทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกอยากใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการ 




 "Lee City Kiosk"





วงการแฟชั่นเริ่มขยับตัวลงมาในการเลือกทำตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ “ลี (Lee)” เป็นแบรนด์แรกในกลุ่มธุรกิจยีนส์ที่ขยับลงมาช่องทางนี้ เพราะต้องการสร้างช่องทางที่แปลกใหม่ เพิ่มกิมมิคเล็กๆ ให้การขายมีสีสัน โดยใช้ชื่อว่า “Lee City Kiosk” เป็นเครื่องขายเสื้อผ้าอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นของแบรนด์ลีในประเทศไทยโดยเฉพาะ
ในต่างประเทศยังไม่มีการใช้โมเดลนี้